Social Media – SEO Master บริษัทรับทำ SEO รับดูแลเว็บไซต์ ราคาถูก ครบวงจร https://seomasterth.com SEO MASTER Tue, 16 Jan 2024 11:46:04 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.3.5 https://seomasterth.com/wp-content/uploads/2023/11/cropped-seomaster-icon-32x32.jpg Social Media – SEO Master บริษัทรับทำ SEO รับดูแลเว็บไซต์ ราคาถูก ครบวงจร https://seomasterth.com 32 32 Share of Voice คืออะไร อีกหนึ่งสิ่งที่แบรนด์ต้องให้ความสำคัญ https://seomasterth.com/what-is-share-of-voice/ Tue, 16 Jan 2024 11:46:04 +0000 https://seomasterth.com/?p=27974 Share of Voice คืออะไร อีกหนึ่งสิ่งที่แบรนด์ต้องให้ความสำคัญ

 

Share of Voice คืออะไร อีกหนึ่งคำถามที่บางคนอาจยังสงสัยอยู่ หรือบางคนอาจไม่เคยได้ยินเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าหากทำธุรกิจ หรือทำงานด้านการตลาด จะต้องทำความรู้จักกับคำนี้ และให้ความสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่สะท้อนเสียงตอบรับของแบรนด์ ครั้งนี้ทางบทความได้รวบรวมข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ Share of Voice มาฝาก ดังนี้ 

 

Share of Voice คืออะไร?

 

Share of Voice คือสัดส่วนของการถูกพูดถึงแบรนด์บน Social Media ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ถูกพูดถึงมากน้อยแค่ไหน มีคนรู้จักแบรนด์ในระดับเท่าไร หรือเรียกอีกอย่างว่า ส่วนแบ่งของเสียงในตลาด โดย Share of Voice จะทำให้รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายพูดถึงแบรนด์ในทิศทางไหน รู้สึกอย่างไร หรือมีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ สามารถนำไปต่อยอดแผนการตลาดได้

 

เดิมที Share of Voice ใช้วัดผลลัพธ์ของการโฆษณาผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และวิทยุ แต่ปัจจุบันในยุคที่ออนไลน์เข้ามามีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน นำมาซึ่งช่องทางการสื่อสารบนออนไลน์ที่ทรงอิทธิพล ทำให้ Share of Voice ถูกใช้วัดผลลัพธ์การถูกพูดถึงแบรนด์บน Social Media อย่างกว้างขวาง 

ความสำคัญของ Share of Voice คืออะไร?

 

ความสำคัญของ Share of Voice คือทำให้แบรนด์ได้รู้สัดส่วนที่ถูกพูดถึง ซึ่งมีประโยชน์หลายอย่าง ดังนี้ 

 

1.ทำให้รับรู้ระดับความเป็นที่รู้จักของแบรนด์

 

Share of Voice จะทำให้เจ้าของธุรกิจหรือนักการตลาดรับรู้ว่าเป็นที่รู้จักในระดับไหน บรรลุเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ หากยังไม่บรรลุก็จะได้วางกลยุทธ์ต่อไป เพื่อเพิ่มชื่อเสียงให้กับแบรนด์ สำหรับการรับรู้ว่าแบรนด์เป็นที่รู้จักในระดับไหน เป็นความสำคัญอย่างหนึ่ง ทำให้รู้จักว่าคู่แข่งของธุรกิจคือใคร จะได้ดำเนินการให้เหมาะสม ซึ่ง Share of Voice ช่วยได้

 

2.ทำให้รู้จักตำแหน่งของแบรนด์เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง

 

Share of Voice ทำให้เจ้าของธุรกิจหรือนักการตลาดรู้ระดับการเป็นที่รู้จักของแบรนด์ จะได้รู้ด้วยว่าตำแหน่งของแบรนด์อยู่ตรงไหน เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง และได้รู้ว่าต้องเพิ่มหรือลดอะไรส่วนไหน ในด้านการสื่อสาร ต้องทำอย่างไรจึงจะต่อสู้กับคู่แข่งในตลาดได้ หรือต้องเพิ่มการรับรู้อย่างไร ให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ให้มากขึ้น 

 

3.ทำให้รับรู้ความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมาย

 

นับเป็นความสำคัญอีกหนึ่งความสำคัญของ Share of Voice ที่นอกจากจะทำให้ธุรกิจรับรู้ได้ถึงสัดส่วนของการถูกพูดถึงแบรนด์บน Social Media แล้ว ยังได้รู้ถึงความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมายด้วยว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับแบรนด์ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก การได้รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายมีความคิดเห็นเป็นบวกหรือลบ และรับรู้ไปถึงรายละเอียดว่ากลุ่มเป้าหมายคิดเห็นอย่างไรกับแบรนด์ จะทำให้รู้ว่าภาพลักษณ์ของแบรนด์ในสายตากลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างไร ตรงกับที่วางภาพลักษณ์กับแบรนด์หรือไม่ หากยังไม่ตรงจะต้องปรับเปลี่ยนการสื่อสารอย่างไร ไม่เพียงเท่านั้นบางความคิดเห็นที่ส่งเสริมแบรนด์ อาจนำไปต่อยอดการทำแคมเปญเพิ่มเติมได้ เพื่อโน้มน้าวใจกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

 

4.ช่วยในการนำไปปรับใช้แผนธุรกิจในอนาคต

 

จากที่ได้กล่าวไปทั้งหมดเกี่ยวกับความสำคัญของ Share of Voice ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระดับการถูกพูดถึง ระดับการเป็นที่รู้จัก หรือแม้แต่ความคิดเห็นที่มีต่อแบรนด์ ล้วนมีความสำคัญในการนำไปปรับใช้สำหรับวางกลยุทธ์ในแผนธุรกิจอนาคต ความคิดเห็นด้านบวกสามารถนำไปต่อยอดทำให้ดีขึ้นได้ ส่วนความคิดเห็นด้านลบหรือไม่ตรงกับเป้าหมายที่วางไว้ ก็สามารถนำไปปรับปรุงใหม่ให้ดีขึ้นได้ 

หลักการที่ทำให้เกิด Share of Voice คืออะไรบ้าง?

การทำให้เกิด Share of Voice แบรนด์จะต้องมีแผนการสื่อสารที่ดี ตามหลักการที่สำคัญ ดังนี้ 

 

1.สื่อสารด้วยข้อความที่ถูกจริตกับกลุ่มเป้าหมาย

 

หลักการแรกที่ทำให้เกิด Share of Voice คือ ก่อนที่จะสื่อสารอะไรออกไป แบรนด์ควรทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมายให้ดีเสียก่อน อาจจะทำการสำรวจเบื้องต้น ว่ากลุ่มเป้าหมายชอบเสพข้อความหรือเนื้อหาแบบไหน แล้วเลือกสื่อสารออกไปให้ถูกกับจริตผู้รับสารหรือกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการเปิดรับที่ดีกว่า หากสื่อสารเนื้อหาที่ไม่ตรงจริตกับกลุ่มเป้าหมาย ก็มีโอกาสสูงที่เนื้อหานั้นจะถูกเมิน กลายเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าสนใจและไม่ทำให้เกิด Share of Voice

2.สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า

 

พยายามสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเก่า ด้วยการตอบกลับเสมอ และควรตอบกลับอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะข้อความร้องเรียน เพื่อการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า หรือถ้าหากมีข้อความเกี่ยวกับคำติชมอื่นๆ รวมถึงข้อแนะนำต่างๆ ก็ควรหมั่นตอบกลับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน ควรมีช่องทางสำหรับพูดคุยกับลูกค้า เช่น Fanpage FB บัญชี Instagram บัญชี Twitter และอื่นๆ 

3.จัดกิจกรรมสร้างกระแส

 

หลักการอีกหนึ่งอย่างที่อยากแนะนำคือการจัดกิจกรรมสร้างกระแส ที่ส่งผลต่อ Share of Voice ได้เป็นอย่างดี แต่อาจจะต้องทำการสำรวจเก็บข้อมูลความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้ดี เพื่อจัดกิจกรรมที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายสนใจและเข้าร่วมกิจกรรม หากมีการเข้าร่วมมาก ก็ส่งผลให้มีสัดส่วน Share of Voice ที่สูงขึ้น ยกตัวอย่างกิจกรรมยอดนิยม เช่น การติด #แฮชแทก ที่ทำให้เกิด Share of Voice บน Social media เหมาะสำหรับสินค้าใหม่ที่จะเปิดตัว หรือสินค้าเดิมที่มีอยู่แต่มีแคมเปญใหม่ออกมา หากมีคนเข้าร่วมมาก Share of Voice ก็จะสูง

 

4.สร้างเนื้อหาที่ทำให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์

 

อีกหนึ่งหลักการที่น่าสนใจก็คือการสร้างเนื้อหาให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์ เป็นการเผยแพร่เนื้อหาที่ชักชวนให้เกิด Reaction หรือเกิดการ Comment รวมถึงกดแชร์ แทนที่จะสร้างเนื้อหาที่เป็นการสื่อสารทางเดียว อย่างเช่นการสื่อสารด้วยข้อความที่ชวนให้ผู้ติดตามเข้ามากดปุ่ม Like Love Angry Care หรือการชักชวนให้เข้ามา Comment แชร์ประสบการณ์หรือความคิดเห็นต่างๆ สิ่งเหล่านั้นคือการทำให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์ ที่ช่วยสร้าง Share of Voice ได้เช่นกัน 

 

ผ่านไปแล้วสำหรับข้อมูลรายละเอียดที่ว่า Share of Voice คืออะไร ซึ่ง Share of Voice คือสัดส่วนของการถูกพูดถึงแบรนด์บน Social Media ที่ถ้าหากแบรนด์ต้องการเป็นที่ถูกพูดถึงมากๆ ก็ต้องมีการสื่อสารที่ดี สื่อสารได้ถูกที่ถูกเวลาและถูกกลุ่มเป้าหมาย ต้องวางแผนการสื่อสารอย่างรอบคอบ มีการเก็บผลสำรวจเบื้องต้นเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายเสมอ 

]]>
เวลาโพสบนโซเชียลมีเดียเวลาไหนดีที่สุด 2024 https://seomasterth.com/when-to-post-on-social-media-2024/ Sat, 16 Dec 2023 13:25:38 +0000 https://seomasterth.com/?p=26413 ลงรูป โพสรูป อัพ Content เวลาไหนดีที่สุด

       ในปัจจุบันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบนโลกโซเชียลมีเดียมีรูปภาพ คอนแทนต์ต่าง ๆ ปรากฏบนหน้าฟีดจำนวนมหาศาล  และในทุก ๆ แพลตฟอร์มก็จะมีช่วงเวลาการโพสต์คอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement สูงสุดแตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่บางรูปผู้ชมจะไม่เห็นและมี Engagement น้อยมาก แล้วต้องลงรูปเวลาไหน เวลาโพสต์ social media 2024 ถึงจะปังที่สุด

 

Content ลงเวลาไหนดีบน 4 แพลตฟอร์มสุดฮิต

  • Facebook

     เป็น App Social Media “เครือข่ายสังคมออนไลน์” ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกและเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเครื่องมือในการสื่อสารและเชื่อมต่อกับลูกค้า  ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ลงตรอรี่ Story โพสต์ แฟนเพจ ข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอ ข้อดีของเฟซบุ๊กในทางธุรกิจคือสมัครใช้งานง่าย จึงเป็น แพลตฟอร์ม อันดับ 1 ของชาวไทยอย่าง ‘Facebook’  ที่มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตอายุ 16 – 64 ปี เข้าถึงมากกว่า 93%  เรียกได้ว่ายากที่จะมีใครมาโค่น ดังนั้นการแข่งขันทางการตลาดจึงสูงตามไปด้วย และที่สำคัญจะต้องดูช่วงเวลาลงรูปในเฟสบุ๊ค อีกด้วย จะทำให้ Content ของเราเป็นที่นิยม

        ช่วงเวลาโพสต์ facebook ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลงรูป โพสรูป อัพ Content ใน Facebook คือ

“วันจันทร์” , “วันพุธ”, “วันศุกร์” ระหว่างเวลา ช่วงเช้า 7.00 น. และ ตอนเย็น 15.15 – 19.00 น ส่วนวันและเวลาที่ไม่ควรโพสต์บน Facebook วันหยุดสุดสัปดาห์

 

  • Instagram

     เป็น App Social Media ที่ใช้สำหรับ  “รู้จักตัวตนของกันและกัน”  อินสตาแกรมเป็นชุมชนบนโลกโซเชียลที่มีสีสันมาก และมีประโยชน์ในการเข้าถึงตัวผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านรูปภาพสวย ๆ วิดีโอ สตอรี่ ที่สำคัญจะต้องดูช่วงเวลาลงรูปในไอจี อีกด้วย จะทำให้ Content ของเราเป็นที่นิยม

        ช่วงเวลาลงไอจีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลงรูป โพสรูป อัพ Content ใน Instagram คือ

 “วันอังคาร” , “วันพุธ”, “วันศุกร์” ระหว่างเวลา ช่วงเช้า 9.00 – 9.30 น. และ ตอนเย็น 20.00 น ส่วนวันและเวลาที่ไม่ควรโพสต์ คือ วันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะคนส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาไปกับกิจกรรมอื่นๆ อาจส่งผลให้คอนเทนต์บนแพลตฟอร์มไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

 

  • TikTok

     เป็น App Social Media ยอดนิยมที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้าง รับชม และแบ่งปันวิดีโอ หรืออาจจะบอกได้ว่าเป็น “ ฟีดวิดีโอสั้น ๆ” ที่ที่ตั้งค่าเป็นเพลงและเอฟเฟกต์เสียงต่าง ๆ ซึ่งมีความโดเดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์ และทำให้เกิดผู้ติดตามได้ในระดับสูง มีครีเอเตอร์มากหน้าหลายตาเข้ามาสร้างคลิปเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญจะต้องดูช่วงเวลาลงรูปในติ๊กต๊อก อีกด้วย จะทำให้ Content ของเราเป็นที่นิยม

        ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลงรูป โพสรูป อัพ Content ใน Tiltok คือ

        “วันจันทร์” , “วันอังคาร”, “วันศุกร์” ระหว่างเวลา ช่วงเช้า 10.00 น. และ ตอนเย็น 20.00 – 23.00 น 

 

  • Twitter/X

     เป็น App Social Media จำพวกไมโครบล็อก (Micro Blogging) สามารถโพสต์ข้อความสั้น ๆ ว่าตัวเองกำลังทำอะไร หรือ “รีทวิต (Re-tweet)” สิ่งที่ตัวเองสนใจได้ตามต้องการ “ทวิตเตอร์” เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่โดดเด่นในเรื่องของคอนเทนต์แบบเรียลไทม์ เพราะพฤติกรรมของผู้ใช้งานส่วนใหญ่ชอบเนื้อหาที่เน้นกระแสความสนใจในสังคมเป็นหลัก ที่สำคัญจะต้องดูช่วงเวลาลงรูปในทวิตเตอร์หรือX อีกด้วย จะทำให้ Content ของเราเป็นที่นิยม

          ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลงรูป โพสรูป อัพ Contentใน Tiltok คือ

          “วันพุธ” , “วันพฤหัสฯ”, “วันศุกร์” ระหว่างเวลา ช่วงเช้า 8.30 – 9.23 น. และ 10.00 น.

 

          ใครที่เป็นสาย Content นักการตลาดสายโซเชียล หรือแบรนด์ต่าง ๆ ที่กำลังมีปัญหาเรื่องของวันเวลาในการโพสต์ สามารถลองนำไปปรับใช้ใน Conten Plan ได้เลยนะ แต่ผลลัพธ์อาจจะไม่ได้เห็นผลมากนัก เพราะจะมีปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วยที่จะช่วยส่งเสริม Content ของคุณ เช่น เนื้อหา รูปภาพ มีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน องค์ประกอบหลากหลายความคิด รวมกันอยู่ใน Content นั่น ๆ อีกด้วย 

]]>
Social Media คืออะไร โซเชียลมีเดีย มีกี่ประเภท ธุรกิจสมัยนี้ต้องมี https://seomasterth.com/what-is-social-media/ Thu, 14 Dec 2023 16:44:04 +0000 https://seomasterth.com/?p=26351 Social Media คืออะไร

     โซเชียลมีเดีย (Social Media) คือ เครื่องมือหรือแพลตฟอร์มสำหรับสร้างชุมชนเสมือนบนโลกออนไลน์ เป็นแหล่งรวมผู้ใช้งานเข้ามาประกอบกิจกรรมบนโลกออนไลน์ และสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้ ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยผู้ให้บริการ social media รายใหญ่ที่รู้จักกันดี ได้แก่ Facebook, YouTube, Instagram, TikTok และ Twitter หรือเรียกอีกอย่างว่า สื่อสังคมออนไลน์

Social Media สำคัญอย่างไรกับการทำธุรกิจ

     [Update 2024] ในโลกปัจจุบันตั้งแต่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญต่อการใช้ชีวิต มนุษย์ต้องปรับตัวมาใช้ชีวิตตามวิถีเทคโนโลยี เราจึงมองเห็นประโยชน์ของสื่อออนไลน์ประเภท Social Media ได้ชัดเจนมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเพื่อคลายเครียด หรือใช้สื่อเหล่านี้เพื่อประชาสัมพันธ์ แบ่งปันและสืบค้นข้อมูล หรือติดต่อสื่อสาร ตลอดจนใช้เพื่อสร้างแบรนด์และขับเคลื่อน Traffic ให้กับเว็บไซต์ธุรกิจ

 

Social Media มีกี่ประเภท

     โดย social Media ในปัจจุบัน ได้จำแนกได้ทั้งหมด 4 ประเภทด้วยกันดังนี้

  1. Social Media แบบ Media Networks

     โซเชียลมีเดีย (social Media) ที่เอาไว้ “แชร์คอนเทนต์” ต่าง ๆ เช่น รูปภาพหรือวิดีโอ เช่น Instagram, YouTube และ Facebook

  2. Social Media แบบเน้น Discussions

     โซเชียลมีเดีย (social Media) ที่เน้นการ “ตั้งคำถามและพูดคุย” หรือเน้นการแลกเปลี่ยนทัศนคติเป็นหลัก ไม่เน้น เช่นPantip.com นั่นเอง

  3. Social Media แบบเน้น Reviews

     โซเชียลมีเดีย (social Media) ที่เน้น “รีวิว” เป็นหลัก เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ใช้เป็น “แนวทาง” ในการประกอบการตัดสินใจ เช่น  Wongnai, TripAdvisor, Google My Business เป็นต้น

  4. Social Media แบบ Micro ผสม

     โซเชียลมีเดีย (social Media) ที่เน้นการ “แชร์ข้อความหรือเนื้อหาสั้น ๆ” เนื้อหาที่แชร์จะค่อนข้าง Freestyle หรือในบางครั้งอาจมี Media แทรกเข้ามาด้วยประปราย เช่น Twitter หรือ TikTok

แพลตฟอร์ม Social Media ที่น่าสนใจในปัจจุบันนี้

     สื่อสังคมออนไลน์ Social Media ที่ทุกคนน่าจะสนใจและเข้าถึงได้ง่าย ๆ หมายถึงอะไร ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละอย่างจะมีรายละเอียดที่น่าสนใจแค่ไหนมาดูกัน

  • Facebook

     เป็น App Social Media “เครือข่ายสังคมออนไลน์” ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกและเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเครื่องมือในการสื่อสารและเชื่อมต่อกับลูกค้า ถูกกก่อตั้งโดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก สำหรับคนที่สมัครและลงทะเบียนสามารถ “สร้างพื้นที่ส่วนตัว” ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นแนะนำตัวเอง ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอ ข้อดีของเฟซบุ๊กในทางธุรกิจคือสมัครใช้งานง่าย สามารถใช้สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้หลายรูปแบบ และฟีเจอร์ Facebook Marketplace ยังเหมาะสำหรับใช้ขายสินค้าและบริการให้กับผู้บริโภคด้วย

  • TikTok

     เป็น App Social Media ยอดนิยมที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้าง รับชม และแบ่งปันวิดีโอ หรืออาจจะบอกได้ว่าเป็น ฟีดวิดีโอสั้น ๆ” ที่ที่ตั้งค่าเป็นเพลงและเอฟเฟกต์เสียงต่างๆ ซึ่งมีความโดเดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์ และทำให้เกิดผู้ติดตามได้ในระดับสูง มีครีเอเตอร์มากหน้าหลายตาเข้ามาสร้างคลิปเป็นจำนวนมากทั้งคนที่เป็นแบบมือสมัครเล่นและมืออาชีพก็สามารถสร้างคลิปเพิ่มเอฟเฟกต์หรือฟิลเตอร์เพลงหรือสติกเกอร์เป็นพื้นหลังได้ เรียกได้ว่าเป็นแพล็ตฟอร์มที่หลากหลายในการครีเอทคลิปได้เต็มพิกัดจริงๆ

  • YouTube

 เป็น App Social Media ที่ใช้สำหรับ “แลกเปลี่ยน” ภาพวิดีโอระหว่างผู้ใช้งาน หรือผู้ที่ติดตามเรื่องเดียวกันหรือคล้ายกัน ผ่านเทคโนโลยีของ Adobe Flash Player (ใช้สำหรับแสดงภาพวิดีโอ) หากไม่ได้เป็นสมาชิกก็สามารถเข้าไปรับชมวิดีโอต่าง ๆ ได้ แต่จะไม่สามารถอัปโหลดวิดีโอได้แต่อย่างใด

  • Instagram

   เป็น App Social Media ที่ใช้สำหรับ  “รู้จักตัวตนของกันและกัน”  อินสตาแกรมเป็นชุมชนบนโลกโซเชียลที่มีสีสันมาก และมีประโยชน์ในการเข้าถึงตัวผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านรูปภาพสวย ๆ วิดีโอ สตอรี่ ฯลฯ นอกจากนี้ อินสตาแกรมยังมีส่วนช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ (โปรไฟล์เพื่อธุรกิจ) และมีการติดตามผลวิเคราะห์ข้อมูล (Instagram’s Analytics) ของผู้ติดตามและโพสต์ได้ด้วย

  • Twitter

     เป็น App Social Media จำพวกไมโครบล็อก (Micro Blogging) สามารถโพสต์ข้อความสั้น ๆ ว่าตัวเองกำลังทำอะไร หรือ “รีทวิต (Re-tweet)” สิ่งที่ตัวเองสนใจได้ตามต้องการ ข้อความที่โพสต์หรือส่งในแพลตฟอร์มนี้ จะเป็น Plain text เท่านั้น ไม่สามารถแทรกคำสั่งอื่นใดได้ (ยกเว้น Hyperlink)

 

ข้อดีของ Social media

  1. สามารถแลกเปลี่ยนและศึกษาข้อมูลที่ต้องการได้รวดเร็ว 
  2. สะดวกรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย 
  3. สามารถแสดงสิ่งต่างๆ ของตัวเองให้คนอื่นได้เห็นได้ 
  4. สร้างรายได้ให้กับผู้ใช้งาน
  5. ทำให้ติดต่อคนที่ห่างไกลหรือไม่ได้ติดต่อกันนานได้ง่าย
  6. เป็นช่องทางการตลาดรูปแบบใหม่

 

ข้อเสียของ Social Media

  1. ล้วงลึกข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป
  2. โดนหลอกจากการใช้ social media 
  3. โดนละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานต่างๆ ได้ง่าย
  4. ทำให้หมกมุ่นจนเกินเหตุ 

 

   สรุปได้ว่า สื่อสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดีย (Social Media) ก็คือ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่เข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้คนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการสื่อสาร การซื้อของออนไลน์ หรือการทำธุรกิจ ด้วยความสามารถดังกล่าวทำให้โซเชียลมีเดียกลายเป็นอีกช่องทางสำคัญในการทำการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันนี้

 

]]>