Digital – SEO Master บริษัทรับทำ SEO รับดูแลเว็บไซต์ ราคาถูก ครบวงจร https://seomasterth.com SEO MASTER Wed, 13 Dec 2023 17:28:00 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.3.5 https://seomasterth.com/wp-content/uploads/2023/11/cropped-seomaster-icon-32x32.jpg Digital – SEO Master บริษัทรับทำ SEO รับดูแลเว็บไซต์ ราคาถูก ครบวงจร https://seomasterth.com 32 32 SEO อันดับ 1-20 ส่วนแบ่งการคลิกเป็นยังไง https://seomasterth.com/seo-position1-20-ctr/ https://seomasterth.com/seo-position1-20-ctr/#respond Tue, 30 May 2023 09:04:49 +0000 http://localhost/theme_powerlegal/?p=980

เราเปรียบโลก SEO ยกตัวอย่างก็เหมือน ตลาดจ๊อดแฟร์ แต่เป็นในโลกออนไลน์ พ่อค้าแม่ขาย ผู้ประกอบการที่ได้ทำเลดี ก็ย่อมมียอดขายที่ดีกว่า ตำแหน่งร้านที่ทำเลไม่ดี


“ Backlinko เก็บการศึกษาข้อมูลมากกว่า 5 ล้านเพจ เพื่อศึกษาพฤติกรรมคนเข้าชมเว็บไซต์จากการติดอันดับต่างๆของ Google Search Engine

อันดับ Google แบ่งสัดส่วนยอดคลิกเข้าเว็บไซต์ ดังนี้

• Position Number 1 – 31.73%
• Position Number 2 – 24.71%
• Position Number 3 – 18.66%
• Position Number 4 – 13.60%
• Position Number 5 – 9.51%
• Position Number 6 – 6.23%
• Position Number 7 – 4.15%
• Position Number 8 – 3.12%
• Position Number 9 – 2.97%
• Position Number 10 – 3.09%
• Page 2 Onwards – 0.78% Combined

การทำ SEO ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของ Keywords

ปัจจุบันมีเครื่องมือวัดความยากง่ายของคำ เราต้องวิเคราะห์วางแผนคีย์เวิร์ด เพื่อให้ได้ผลลัพฑ์อย่างคุ้มค่าที่สุด

 

ข้อสรุป

ดังนั้นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโต ควรทำ SEO คาดหวังผลให้มีคำและคีย์เวิร์ดติดอันดับ 1-20 จะยังคงมีลูกค้าเห็นและเข้าชมเว็บไซต์เพื่อดูและรับชมสินค้าและผลิตภัณฑ์ของเรานั่นเอง

]]>
https://seomasterth.com/seo-position1-20-ctr/feed/ 0
ทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับ ต้องใช้เวลานานแค่ไหน? https://seomasterth.com/how-long-does-seo-take/ https://seomasterth.com/how-long-does-seo-take/#respond Mon, 29 May 2023 03:21:59 +0000 https://demo.7iquid.com/salepush/?p=11120

การทำ SEO ติดหน้าแรกนั้น จะได้ผลลัพธ์อันเป็นที่น่าพึงพอใจ จำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6-12 เดือน โดยในบางเคสอาจเริ่มเห็นผลได้ตั้งแต่ 3 เดือนแรก เนื่องจากต้องรอ BOT ของ Google เข้ามาเก็บผลอัพเดทหน้าเว็บไซต์ธุรกิจของเรา และยังขึ้นกับจำนวนหน้าทั้งหมดของเว็บไซต์ด้วยครับ

ทำไมการทำ SEO ถึงใช้เวลานาน

การทำคอนเทนต์ในเชิง SEO มักใช้เวลานานกว่าคอนเทนต์ประเภทอื่นๆ เพราะต้องคำนึงถึง Keyword ที่ใช้ จำนวน Search Volume หรือจำนวนการค้นหาคำนั้นๆ เพื่อให้คอนเทนต์มีประสิทธิภาพ และถูก Search Engine จัดลำดับเว็บไซต์ของคุณให้สูงขึ้น หรืออยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหา

เมื่ออัปเดตคอนเทนต์ไปแล้ว คุณต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้คอนเทนต์ โดยปล่อยให้ Search Engine ทำความรู้จักสักระยะหนึ่ง

ผลลัพธ์แบบไหน แปลว่าทำ SEO มาถูกทาง

การจะสรุปได้ว่า SEO ที่ทำอยู่ประสบความสำเร็จหรือไม่ต้องอาศัยทั้งการตั้ง Goal และ KPIs ที่ชัดเจน หลายธุรกิจย่อมมีโจทย์อยู่แล้วในใจ ไม่ว่าจะต้องการอันดับเว็บไซต์ที่สูงขึ้นหรือเพื่อให้มียอดคนคลิกเข้ามาเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นมาตรวัดบน Google Search Console และเครื่องมือ ahrefs ถือเป็นหัวใจสำคัญ เราต้องทำธุรกิจแบบไม่ตาบอด เมื่อในยุคนี้ การทำธุรกิจต้องมาพร้อม ‘Data’ เห็นแนวโน้มธุรกิจ ข้อมูลหลัก ประกอบไปด้วย

  • Search Impression คือ มาตรวัดการมองเห็นที่บอกว่าหน้าเว็บของเราผ่านสู่สายตาผู้คนรวมเป็นกี่จำนวนครั้ง
  • Clicks คือ มาตรวัดความตอบโจทย์ของเนื้อหาว่าสามารถดึงดูดให้ผู้คนคลิกเข้ามาได้มากน้อยเพียงใด
  • Clicks-through rate (CTR) คือ อัตราการคลิกเข้ามายังหน้าเว็บ หลังจากเห็นเว็บไซต์แล้วทำให้เกิดคลิกเป็นจำนวนเท่าไหร่
  • Position คือ อันดับเว็บไซต์โดยประมาณว่าปรากฏอยู่หน้าไหนบน Search Result มีการขยับขึ้นหรือไม่
  • Keywords จำนวนคีย์เวิร์ดทั้งหมด ที่แสดงผลบน SERP จำนวนมากขึ้นหรือไม่
  • Organic Traffic ยอดการเข้าดูเว็บไซต์ จากการคลิกโดยการค้นหาจากคีย์เวิร์ด เพิ่มขึ้นหรือไม่
  • Backlink มีจำนวนเว็บไซต์ ที่เขียนบทความอ้างอิงถึงเว็บไซต์ของเราเพิ่มขึ้น นั่นหมายถึงเว็บเรามีข้อมูลที่มีคุณภาพน่าเชื่อถือ

มีปัจจัยอะไรบ้างในการจัดอันดับ SEO เมื่อไหร่จะติดอันดับหน้าแรก

การจะมีเว็บไซต์ปรากฏอยู่บนหน้าแรก Google ได้นั้นมีอยู่ 2 หนทางคือ การซื้อโฆษณาและการทำ SEO ซึ่งคำถามที่มักเกิดขึ้นเสมอเมื่อทำ SEO คือต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผลความเปลี่ยนแปลง เมื่อไหร่ยอดเข้าชมเว็บไซต์จะเพิ่มขึ้น ทำ SEO กี่เดือนเว็บไซต์ถึงจะติดหน้าแรก ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง มาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย

  1. Website Quality คุณภาพเว็บไซต์ดีพอหรือยัง

Google ย่อมให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่มีคุณภาพมากกว่าเพื่อให้ผู้ใช้พึงพอใจกับการใช้งาน Google ต่อไป เว็บไซต์ที่ปรับปรุงเรื่องของ User Experience ให้น่าพึงพอใจ มีการวางโครงสร้างคอนเทนต์ที่ดี เว็บไซต์โหลดไว ตอบรับกับการใช้งานบนมือถือได้อย่างดี ย่อมได้คะแนนจาก Google มากกว่า

  1. Competition การแข่งขันสูงแค่ไหน

แน่นอนว่าหากคู่แข่งในตลาดมีน้อย การที่เว็บไซต์จะเข้าไปแย่งชิงพื้นที่ออนไลน์ย่อมมีโอกาสชนะในระยะเวลาที่สั้นกว่า ในทางตรงกันข้ามหากในตลาดนั้นมีผู้แข่งขันอยู่มาก Keyword ที่อยากให้ติดอันดับเป็นคำที่ทุกธุรกิจต่างก็ต้องการ (Keyword Difficulty) การทำ SEO เพื่อแข่งขันในสนามลักษณะนี้ก็ย่อมอาศัยระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน หนึ่งวิธีที่จะมีชัยเหนือคู่แข่งได้ก็ด้วยการทำ SEO Competitor Analysis เพื่อเข้าใจสถานการณ์การแข่งขัน รู้ว่าคีย์เวิร์ดไหนที่ควรโฟกัส จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้เหนือกว่าและมีโอกาสในการติดอันดับที่สูงกว่า

  1. SEO Strategy กลยุทธ์การทำ SEO เป็นอย่างไร

การวางแผนที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง กลยุทธ์การทำ SEO ที่เริ่มต้นอย่างแข็งแรง มีการวิเคราะห์อย่างเป็นขั้นตอนย่อมทำให้สามารถปั้นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพและสามารถแก้ไขข้อบกพร่องที่ส่งผลต่อศักยภาพของเว็บไซต์ได้อย่างตรงจุด สู่การวัดผลเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าได้อย่างแท้จริง การมีกลยุทธ์ทำ SEO ที่เฉพาะเจาะจงกับแบรนด์ตัวเองจึงเป็นคำตอบที่ดีกว่าและสร้างโอกาสให้ธุรกิจพุ่งทะยานสู่ความสำเร็จได้ดังหวัง และหลีกเลี่ยงกับดักเมื่อธุรกิจเลียนแบบกลยุทธ์จากเจ้าอื่นมาใช

“อ้างอิงจากGoogle หากจะให้บอกเป็นตัวเลขแน่ชัด การทำ SEO ควรจะเห็นผลความเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลา 4 เดือนเป็นต้นไป”by Google

โดยต้องไม่ลืมว่าการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์นั้นไม่ต่างกับการดูแลสุขภาพร่างกาย แม้ว่าวันนี้จะแข็งแรงไร้โรคภัยแต่ใช่ว่าจะไม่เสื่อมถอยตามกาลเวลา ความสม่ำเสมอจึงเป็นหัวใจสำคัญของการทำ SEO ให้เป็นผลสำเร็จ แน่นอนว่าที่ SEO Master เรามี บริการทำ SEO โดยทีมงานคุณภาพพร้อมซัพพอร์ตทุกก้าวย่างของการผลักดันเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายมาสู่ธุรกิจของคุณ การทำงานของทีม SEO ที่พรีดิกทีฟจะครอบคลุมตั้งแต่

  • Strategy & Keyword Planning โดยการวางกลยุทธ์การทำ SEO ตั้งแต่แรกเริ่มเพื่อให้ธุรกิจของคุณไปถึงฝั่งฝันด้วยแผนการทำ SEO ที่ customized มาเพื่อธุรกิจของคุณโดยเฉพาะพร้อมด้วยการวิเคราะห์ Keyword ด้วย Keyword Research รวมทั้งการทำ SEO Audit และ Competitive Analysis เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถลำดับความสำคัญและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • On-Page Optimization การตรวจสอบการวัดผล Speed ตามหลักของ Google PageSpeed เข้าไปแก้ไขโค้ดตามข้อแนะนำที่ถูกต้อง
  • Content Scope การผลิตคอนเทนต์คุณภาพเล่าถึง Brand Narrative เพื่อเพิ่ม Search Visibility ให้กับเว็บไซต์ของคุณ ใส่คำที่เกี่ยวข้อง ใส่คีย์เวิร์ดหลักและรอง Keyword Density ความหนาแน่นของคำที่เหมาะสม
  • Off-Page Planning & Analysis ตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพการทำ Backlinks คุณภาพ วิเคราะห์คู่แข่งเพื่อให้ธุรกิจของคุณอยู่เหนือกว่า รวมถึงวางแผนการทำ Backlinks ในอนาคต
  • Monitoring, Analysis, & Reporting การติดตามผลการทำ SEO อย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์สถานการณ์และผลลัพธ์การทำ SEO พร้อมรายงานผลสรุปเพื่อให้ธุรกิจของคุณเห็นภาพรวมทั้งหมดและสามารถ

ใครที่กำลังหนักใจกับ Organic Traffic ที่ไม่เพิ่มขึ้นสักที หรือ ต้องการที่จะทำอันดับเว็บไซต์ให้สูงขึ้นกว่าเดิม หากต้องการทีม SEO คุณภาพมาช่วย Optimize เว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม สามารถติดต่อ SEO MASTER เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย และเรายินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นฟรี

]]>
https://seomasterth.com/how-long-does-seo-take/feed/ 0
Core Web Vitals คือ อะไร? ปัจจัย SEO ใหม่ ที่ส่งผลต่ออันดับเว็บไซต์ https://seomasterth.com/core-web-vitals/ https://seomasterth.com/core-web-vitals/#respond Thu, 25 May 2023 02:45:16 +0000 https://demo.7iquid.com/salepush/?p=11113

Core Web Vitals คือ อะไร? ปัจจัย SEO ใหม่ ที่ส่งผลต่ออันดับเว็บไซต์

Core Web Vitals คือ

ปัจจัยสำคัญที่จะวัดผลในเรื่องของ UX (User Experience) หรือประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์จากลูกค้าจริง ใช้เวลาเก็บข้อมูลจำนวน 28 วัน เพราะนอกจากเนื้อหาเว็บไซต์ที่มีคุณภาพแล้ว Google ต้องการให้ผู้ใช้งานนั้นได้รับประสบการณ์ที่ดีด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ความเร็วในการดาวน์โหลดคอนเทนต์การตอบสนองของเว็บไซต์ และความเสถียรของดีไซน์ในเว็บไซต์

การเช็ค Core Web Vitals

เราสามารถดูรายงาน Core Web Vitals ของเว็บไซต์เราได้ที่ Google Search Console และ Google PageSpeed Insights โดยเราสามารถดูรายงานภาพรวมทั้งหมดในเว็บไซต์ของเราได้เลยที่เดียว หน้าไหนดี หน้าไหนมีปัญหา เราสามารถเห็นได้ชัดเจน

หากเราต้องการคลิกเพื่อดูรายละเอียดในส่วนต่างๆ ที่เราต้องแก้ไข Google Search Console จะส่งเรามาที่ Google PageSpeed Insights เพื่อดูรายละเอียดเชิงลึกของหน้าเพจนั้นอีกที

ทีนี้เรามาลงลึกกันอีกว่า Core แต่ละตัวนั้นคืออะไร แล้วจะมีวิธีการปรับเว็บไซต์ยังไงบ้าง เพื่อให้เราปรับเว็บไซต์ได้ดียิ่งขึ้นเพื่อเรียกคะแนนจาก Google

  • Largest Contentful Paint (LCP)

ตัววัดผลเรื่อง ความเร็วในการดาวน์โหลดเนื้อหา ที่ขนาดใหญ่ที่สุดบน หน้าจอแสดงผล  ในหน้าเว็บไซต์ ส่วนใหญ่ LCP จะเป็นรูปภาพ ความเร็วที่เหมาะสมนั้นควรใช้เวลาดาวน์โหลดไม่เกิน 2.5 วินาที (นับจากองค์ประกอบแต่ละส่วน ไม่ใช่ทั้งเว็บไซต์) 

การแก้ปัญหาเรื่อง Page Speed

ลบ และ ลด องค์ประกอบเว็บไซต์ที่มีขนาดใหญ่ – ปัญหาที่เรามักจะพบกันบ่อยๆ มักจะเป็นเรื่องของไฟล์ภาพประกอบที่มีขนาดใหญ่ นามสกุลไฟล์ที่ใช้ ภาพเคลื่อนไหว หรือ VDO

เพราะการออกแบบเว็บไซต์คนส่วนใหญ่มักจะต้องการให้ภาพในเว็บไซต์ดูสวยคมชัด จึงทำไฟล์รูปให้มีขนาดใหญ่ บางเว็บไซต์อาจเน้นแต่ใส่รูปจึงทำให้หลายๆ เว็บไซต์ พบกับปัญหานี้

Optimize ไฟล์รูปภาพให้ขนาดเล็กลงในขณะที่ตามนุษย์ยังมองเห็นความชัดภาพเหมือนเดิม ลบภาพที่ไม่จำเป็นออก หรือแปลงสกุลเป็นนามสกุล .webp ก็จะช่วยให้เว็บไซต์ของเราเบา ภาพขนาดเล็กลงกว่า 50% และโหลดได้เร็วยิ่งขึ้น

 

โหลด Script ที่เป็น URL ภายนอก นำมาอยู่ภายใต้โดเมนของเรา – เพราะการโหลดหน้าเว็บที่มีฟังก์ชั่นเหล่านี้อยู่ ต้องมีการดึงข้อมูลจากนอกเว็บไซต์เพื่อเข้ามาแสดงผลร่วมด้วย ทำเว็บของเราต้องใช้เวลาในการดาวน์โหลดมากขึ้นและควบคุมการทำ Leverage Caching ไม่ได้

Optimize css,js – บีบอัดเนื้อหาโค้ดให้เหลือบรรทัดเดียว ทำให้ลดขนาดของหน้าเว็บได้ ส่งผลทำให้การโหลดหน้าเว็บใช้เน็ตน้อยลง โหลดไวขึ้น

อัพเกรดเว็บโฮสติ้ง – เปิดการประเพิ่มสิทธิภาพให้กับ Server ของเว็บไซต์ที่เราเช่าเอาไว้ หากเป็นเว็บไซต์ที่มีการเช่าโฮส อาจจะมีแพ็กเกจที่ให้เราอยู่ใน Server ที่มีความเร็วในการดาวน์โหลดสูง

First Input Delay (FID)

FID จะเป็นตัววัดผลความเร็วในการตอบสนองของเว็บไซต์กับผู้ใช้งาน ว่าเวลาคลิกปุ่ม Call to action ต่างๆ ที่อยู่ในเว็บไซต์นั้นมีระยะเวลามากไหนถึงจะมีการโต้ตอบกลับมา ยกตัวอย่างเช่น

  • การคลิกเลือกเมนู เปลี่ยนหน้าเร็วหรือไม่
  • การคลิกลิงก์ มีการตอบสนองเร็วแค่ไหน
  • การกด Submit หรือ ลงทะเบียน ใช้เวลาส่งข้อมูลนานแค่ไหน

ความเร็วที่เหมาะสมควรไม่เกิน 100 milliseconds หรือ 0.1 วินาที

สำหรับเว็บไซต์ที่มีแต่เนื้อหา 100% เช่นบล็อก บทความ หรือเว็บข่าว FID อาจไม่ส่งผลมากนัก แต่ก็ยังมีการตอบสนองในเรื่องการเลื่อนหน้าจอ คลิกภาพ และการซูม เข้า/ออก อยู่ด้วย เช่นกัน

หากเว็บไซต์ของเรามีระบบ Log-in เพื่อเข้าไปใช้งานระบบสมาชิก แต่เมื่อกดเข้าไปแล้วรู้สึกว่าเว็บไซต์หน่วง ช้า หรือ เข้าไม่ได้สักที แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่ Google ไม่ต้องการ และเราต้องแก้ไขโดยด่วน

การแก้ปัญหาส่วนการตอบสนองเว็บไซต์

ปัญหาหลักของการเกิด Delay นั้นมาจากการที่ Browser ของเรากำลังดาวน์โหลด Script และข้อมูลอื่นๆ ในเว็บไซต์อยู่ จึงทำให้การคลิกมีการตอบสนองค่อนข้างช้า

สำหรับคนที่เขียนเว็บ หรือใช้ WordPress ในการทำ เว็บไซต์ Google แนะนำให้เราลบ JavaScritp ที่ไม่ได้ใช้ออก รวมถึง Plug-in ต่างๆ ที่มีดึงข้อมูลมาจาก Third-Party เพื่อลดการทำงานในส่วนที่ไม่จำเป็นออก

การลดขนาดไฟล์รูปภาพ Gif และ Video นอกจากจะช่วยในเรื่องของ Page Speed ก็ทำให้เว็บไซต์ตอบสนองได้เร็วขึ้นเช่นกัน

Cumulative Layout Shift (CLS)

ตัววัดความเสถียรของ Layout เว็บไซต์ ปัญหาเหล่านี้เราสามารถเห็นได้ชัดเจนบนหน้าเว็บ หากให้อธิบายให้เห็นภาพก็ตัวอย่างเช่น

  • ฟอนต์ที่มีขนาดเล็กเกินไปจนอ่านยาก
  • ปุ่มที่มีขนาดเล็ก หรืออยู่ติดกับปุ่ม ด้านข้างมากเกินไปจนทำให้กดผิด
  • ดีไซน์ที่เด้งไปเด้งมา ขณะที่เว็บไซต์กำลังโหลด

บางคนต้องการอ่านบทความในเว็บไซต์ แต่จู่ๆ กลับมีโฆษณาแทรกเข้ามาทำให้มือไปโดนจนคลิกที่โฆษณา เด้งออกไปนอกเว็บไซต์ เท่านี้เว็บไซต์ของเราก็มอบประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับผู้ใช้งานแล้ว และถ้าเว็บไซต์ของเรายังเป็นแบบนี้อยู่ คงไม่มีใครกลับมาเข้าเว็บไซต์ของเราแน่นอน

การแก้ไขความเสถียรของดีไซน์

ปัญหานี้ส่วนใหญ่ เกิดจากความไม่ตั้งใจของผู้พัฒนาเว็บ ที่วางไฟล์ .css ซึ่งเป็นส่วนทำดีไซน์ไว้ผิดที่ทำให้มีการปรับดีไซน์หลังจากโหลดวัตถุเสร็จแล้ว ทำให้วัตถุถูกแสดงออกมา ผิดรูป ผิดตำแหน่ง ในขณะเริ่มต้น และเด้งไปอยู่ถูกตำแหน่งในตอนท้าย จึงเป็นที่มาของการจัดการ Critical CSS Path

Get Start 

Core Web Vitals คือ สิ่งสำคัญที่คุณต้องให้ความสำคัญหลังจากนี้ ลองกลับไปเช็คเว็บไซต์คุณด้วย Google Search Console ปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณเพื่อสร้างประสบการที่ดีให้กับผู้ใช้งาน

  • ทำเว็บไซต์ให้โหลดเร็วยิ่งขึ้น
  • การใช้งานลื่นไหล คลิกแล้ว ไม่ช้า หรือ หน่วง
  • ปรับตำแหน่งการวาง ปุ่ม ต่างๆ ให้ง่ายต่อการใช้งาน

และทำให้เว็บไซต์ของคุณได้รับคะแนน SEO จาก Google 

สร้างโอกาสให้เว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรก Google เพิ่มผู้ชม และยอดขายบนเว็บไซต์ด้วยบริการ SEO ของเราให้ธุรกิจคุณเหนือกว่าคู่แข่ง 

]]>
https://seomasterth.com/core-web-vitals/feed/ 0