ด้วยรูปแบบการติดต่อทางธุรกิจในยุคปัจจุบันต้องอาศัยอีเมลเป็นหลัก เพราะประโยชน์ในหลายด้านทั้งเรื่องความสะดวก รวดเร็ว ติดต่อกันได้แบบ Worldwide ทั่วโลก สามารถส่งข้อมูลต่าง ๆ ง่ายดาย และอีกสารพัด ไม่แปลกที่ระบบอีเมลจะเข้ามามีบทบาท ซึ่งหลายองค์กรก็พยายามในการสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า “SendGrid” จึงถือกำเนิดขึ้นภายใต้จุดประสงค์สำคัญเรื่องของอีเมลโดยเฉพาะ แล้ว SendGrid คืออะไร มีความสำคัญและจุดเด่นมากน้อยแค่ไหน ลองศึกษาข้อมูลทั้งหมดกันเลย

SendGrid คืออะไร

SendGrid คือ โปรแกรมประเภทหนึ่งซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้สร้าง Email Notification ในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น การแจ้งเตือนทั่วไป จดหมายข่าว หรือการนำเสนอโปรโมชั่นต่าง ๆ ไปยังอีเมลผู้รับปลายทาง ผู้ส่ง (ธุรกิจ) สามารถกำหนดรายชื่ออีเมล (ลูกค้า) ที่มีอยู่ในระบบด้วยตนเองได้ว่า ข้อมูลที่สร้างขึ้นมานี้ต้องการส่งถึงใครบ้าง มากไปกว่านั้นยังมีเทมเพลตอีเมลให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม เพิ่มลูกเล่นอันน่าสนใจ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ รวมถึงยังมีระบบตรวจสอบแบบ Insight Overview เพื่อรวบรวมข้อมูลการส่ง การเปิดดูอีเมลอย่างละเอียด แล้วนำไปปรับใช้งานต่อยอดสู่อนาคตได้อีกด้วย

ดังนั้นหากอธิบายโดยสรุป SendGrid ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ธุรกิจสามารถทำกลยุทธ์ Email Marketing ได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องลิสต์รายชื่ออีเมลผู้รับปลายทางทีละคน หรือกดส่งทีละอีเมลให้ยุ่งยาก อีกทั้งยังกำหนดได้อีกว่าข้อมูลที่สร้างขึ้นต้องการส่งไปถึงใคร จากนั้นข้อมูลเชิงลึกที่ได้ก็นำไปปรับรูปแบบ แนวทาง เพื่อพัฒนาเนื้อหาจดหมายให้สอดคล้อง และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากกว่าเดิม

ข้อดีของการใช้งาน SendGrid

1. ใช้เทมเพลตสร้าง HTML ด้วยความง่ายดาย

อย่างที่บอกไปว่า SendGrid จะมีเทมเพลตให้กับผู้ใช้งานได้เลือกสรร ซึ่งตรงนี้คุณสามารถสร้าง HTML ของตนเองสำหรับส่งอีเมลได้อย่างง่ายดาย เริ่มต้นจากการ Drag & Drop เครื่องมือที่มีอยู่ไปวางไว้บนหน้าเทมเพลตเท่านี้ก็เรียบร้อย ซึ่งการแสดงผลยังเป็นรูปแบบ Responsive Design ดูง่าย รู้ทันทีว่าผู้รับจะได้รับอีเมลแบบไหน สวยงามมากน้อยเพียงใด

2. สถิติแบบ Insight Overview

เมื่อตัดสินใจทำการตลาดในทุกรูปแบบย่อมคาดหวังถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งการเลือกลยุทธ์ Email Marketing ผ่านโปรแกรม SendGrid ก็มีสิ่งที่เรียกว่า Global Statistic คือ คุณสามารถตรวจสอบสถิติต่าง ๆ ของอีเมลที่ดำเนินการได้ไม่ว่าจะเป็นจำนวนอีเมลที่ส่งออก อีเมลที่เข้าถึงผู้รับ อีเมลที่ผู้รับเปิดอ่าน หรือแม้แต่อีเมลที่มีการคลิกดูเนื้อหาด้านในเพิ่มเติมก็ระบุได้เช่นกัน ตรงจุดนี้เองสามารถนำสถิติทั้งหมดไปใช้เพื่อวางแผนทำคอนเทนต์ หรือกำหนดกลุ่มผู้รับเพื่อสร้าง Email Marketing ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในครั้งถัดไป

3. เลือกฟังก์ชันการทดสอบ A/B Testing ได้

จะดีกว่าหรือไม่หากการทำ Email Marketing ของคุณสามารถทดสอบได้ว่ารูปแบบไหนตอบโจทย์มากกว่า มีคนกดอ่าน หรือมีลูกค้าให้ความสนใจแล้วติดต่อกลับ ซึ่งการเลือกโปรแกรม SendGrid สามารถทำ A/B Testing ได้ จุดประสงค์หลักเพื่อทดสอบว่าหัวข้อ หรือเนื้อหาแบบไหนที่ผู้รับปลายทางนิยมเปิดอ่านมากกว่ากัน นั่นแสดงถึงแนวทางการทำ Email Marketing ที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้ในการส่งแบบจริงจังแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดี

ฟังก์ชันอื่นเพิ่มเติมของการใช้งาน SendGrid

นอกจากข้อดีหลัก ๆ ที่กล่าวมาแล้วการใช้งาน SendGrid ก็ยังมีฟังก์ชันอื่นเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้การทำ Email Marketing ได้ผลเชิงบวกมากขึ้นกว่าเดิม ได้แก่

  • เลือกสร้างอีเมลได้ทั้งแบบ Transaction และ Promotion ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการทำการตลาด
  • สร้างอีเมลแบบ Integration ได้หลายรูปแบบทั้ง API และ UI
  • จัดการกับระบบรายชื่อ Recipient ได้ภายในครั้งเดียว จากนั้นก็เตรียมส่งอีเมลได้ทันที
  • ติดตามสถิติ ROI ของ แคมเปญ Email Marketing ที่ทำได้ชัดเจน
  • พัฒนาศักยภาพ Reputation ของอีเมลให้ผู้รับเกิดความคุ้นชิน
  • สามารถสร้าง Subuser Management ได้อย่างละเอียดมาก

SendGrid เหมาะกับการใช้งานลักษณะใดบ้าง

ธุรกิจที่มองเห็นช่องทางทำ Email Marketing ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Startups กลุ่มธุรกิจ SME ขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือแม้แต่องค์กรขนาดใหญ่ องค์กรมหาชน ก็สามารถใช้งาน SendGrid เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีได้ทั้งสิ้น ซึ่งจุดประสงค์ของการเลือกโปรแกรมนี้ก็มีหลายปัจจัย เช่น

  • ต้องการเปิดตัวแบรนด์ สินค้า / บริการใหม่ ให้กับกลุ่มเป้าหมายรับรู้
  • ใช้สำหรับการส่งอีเมลแจ้งเตือนเพื่อให้ลูกค้ารับรู้สถานะต่าง ๆ
  • มีจุดประสงค์ในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำในอนาคต

SendGrid ราคาเท่าไหร่? มีแพ็คเกจแบบไหนบ้าง

ด้วยการเป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมรวมเอาฟังก์ชันที่น่าสนใจสำหรับทำ Email Marketing จึงเป็นเรื่องปกติที่ผู้พัฒนาต้องเรียกเก็บค่าบริการจากลูกค้า ซึ่ง SendGrid ราคาแต่ละแพ็คเกจจะแตกต่างกันออกไป ดังนี้

1. Free

คุณสามารถทดลองใช้งาน SendGrid ได้ฟรี พร้อมด้วยฟังก์ชันเริ่มต้นที่น่าสนใจ ส่งอีเมลได้ถึง 100 ฉบับ / วัน กันเลยทีเดียว

2. Essentials

ขยับระดับขึ้นมาอีกเล็กน้อยกับการเพิ่มเติมศักยภาพให้กับธุรกิจด้วยฟังก์ชันการใช้งานพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ ราคาเริ่มต้น 19.95 USD / เดือน และสามารถส่งได้สูงสุดเกิน 1 แสนฉบับ (ราคาปรับตามจำนวนอีเมลส่งออก สูงสุด 34.95 USD / เดือน)

3. Pro

จัดเต็มประสิทธิภาพขั้นสุดให้กับการทำ Email Marketing ของทุกธุรกิจกับฟังก์ชันสุดครบครันในราคาเริ่มต้น 89.95 USD / เดือน และสามารถส่งอีเมลได้สูงสุดกว่า 1.5 ล้านฉบับ (ราคาปรับตามจำนวนอีเมลส่งออก)

4. Premier

ขยายผลลัพธ์ชั้นยอดของการทำ Email Marketing ให้เหนือระดับมากที่สุด ซึ่งราคาและฟังก์ชันพิเศษทีมงานของ SendGrid จะพูดคุยกับลูกค้าอีกครั้ง

สรุป

SendGrid โปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มเติมศักยภาพของการทำ Email Marketing ให้ได้ผลลัพธ์น่าพึงพอใจมากขึ้นกว่าเดิม มีประสิทธิภาพชัดเจน และช่วยเพิ่มตัวเลือกกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ให้กับธุรกิจ โดดเด่นด้วยฟังก์ชันสุดล้ำน้ำ มีหลายราคาให้เลือก ลองวางแผนแล้วใช้งานกันได้เลย