YMYL คืออะไร คนทำ SEO ต้องทำความเข้าใจด่วน

 

YMYL คืออะไร อีกหนึ่งคำถามของคนทำ SEO เพราะได้ยินว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google คนทำ SEO จะต้องทำความเข้าใจในเรื่องนี้ให้ดี โดยเฉพาะคนทำ SEO เกี่ยวกับสุขภาพและการลงทุน ซึ่งเกี่ยวกับ YMYL โดยตรง 

YMYL คืออะไร

 

YMYL คือ อัลกอริทึมจาก Google ที่มีไว้เพื่อกรองเนื้อหาด้านสุขภาพ การใช้ชีวิต และการลงทุนโดยเฉพาะ ย่อมาจากคำว่า “Your Money Or Your Life” สาเหตุที่ต้องมีอัลกอริทึมนี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าหลายปีที่ผ่านมา Google ได้ทำการสำรวจและพบว่าผู้ใช้งานมีความสนใจเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพและการลงทุนค่อนข้างมาก จึงต้องมีการคัดกรองเนื้อหากลุ่มนี้โดยเฉพาะ เพื่อแสดงผลลัพธ์ให้ตรงกับผู้ที่สนใจในเรื่องดังกล่าวได้อย่างตรงจุด 

ความสำคัญของ YMYL คืออะไร

 

หลักๆ เลย YMYL มีความสำคัญต่อผู้ใช้งานเป็นหลัก เพราะ Google ต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ให้ผู้ใช้งานที่ได้ทำการค้นหาเนื้อหาที่ต้องการอยากรู้และเจอเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการจริงๆ อัลกอริทึมนี้จะช่วยกรองเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพและการลงทุนออกมา และเพิ่มโอกาสการติดอันดับให้กับบทความเหล่านั้น ทำให้ผู้ใช้งานมีโอกาสพบเจอเนื้อหาเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น 

 

โดยท่ามกลางเนื้อหาที่เกี่ยวกับสุขภาพและการลงทุนจำนวนมากบนโลกออนไลน์ YMYL จะทำการกรองเนื้อหาที่ตรงตามเกณฑ์ออกมา ซึ่งเป็นเนื้อหาที่มีคุณภาพ และดันให้ติดอันดับมากกว่าเนื้อหาที่ไม่ตรงตามเกณฑ์ แม้จะเป็นเนื้อหาสุขภาพหรือการลงทุนเหมือนกันก็ตาม ช่วยป้องกันการโน้มน้าวหรือชักจูงผู้ใช้งานแบบผิดๆ จากเนื้อหาคุณภาพต่ำ รวมถึงการสร้างเนื้อหา Fake news 

เกณฑ์ของ YMYL คืออะไร

 

เกณฑ์ของ YMYL จะเกี่ยวข้องกับ E-A-T หรือ E-E-A-T Factor ซึ่งเป็นกฎของ Google ได้แก่ 

 

  1. Expertise (ความเชี่ยวชาญ)
  2. Authoritativeness (ความมีอิทธิพล)
  3. Trustworthiness (ความน่าเชื่อถือ)
  4. Experience (การมีประสบการณ์)

 

โดยในการทำเนื้อหาด้านสุขภาพและการลงทุนเพื่อให้ผ่านเกฑ์ YMYL จะต้องเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ ซึ่งการเขียนเนื้อหาเหล่านั้นมักเกิดจากประสบการณ์ของผู้เขียน ไม่ใช่การลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์อื่น และไม่ซ้ำกับเนื้อหาของคนอื่น จึงมีอิทธิพลต่อผู้รับสาร และมีโอกาสที่จะผ่านเกณฑ์ YMYL ได้สูงขึ้น เมื่อผ่านเกณฑ์ YMYL ก็จะช่วยให้เนื้อหามีโอกาสติดอันดับที่สูงขึ้น 

หลักการสร้างเนื้อหาให้ผ่านเกณฑ์ YMYL คืออะไร

 

1.สร้างเนื้อหาที่ไม่ซ้ำใคร 

 

หลักการแรกของการทำเนื้อหาให้ผ่านเกณฑ์ YMYL คือการสร้างเนื้อหาที่ไม่ซ้ำใคร ห้ามลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์อื่น ควรเขียนขึ้นจากความเข้าใจ แสดงออกถึงความเชี่ยวชาญหรือรู้ลึกรู้จริงในเนื้อหานั้น ทำให้เนื้อหานั้นมีความน่าเชื่อถือสูง แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะเป็นเนื้อหาที่ไม่ซ้ำใคร แต่ใจความสำคัญต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง แม้ว่าจะพยายามสร้างเนื้อหาที่แตกต่าง ก็ยังคงต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง 

 

2.อย่าทำโฆษณามากเกินไป 

 

หนึ่งในหลักการสร้างเนื้อหาเพื่อให้ผ่าน YMYL คืออย่าพยายามทำโฆษณาในหน้าเนื้อหานั้นๆ มากเกินไป แม้ว่าจุดประสงค์สำคัญของการทำเว็บไซต์ คือการสร้างรายได้จากโฆษณา แต่ถ้าหากมี Banner โฆษณามากเกินจนรบกวนสายตาผู้อ่านเนื้อหา ก็จะสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับผู้ใช้งานและส่งผลเสียต่อเว็บไซต์เอง มีโอกาสที่ผู้ใช้งานจะอยู่หน้าเว็บไซต์ได้ไม่นาน และออกจากหน้าเว็บไซต์ภายในเวลาอันรวดเร็ว ส่งผลให้ค่า Bounce rate ของเว็บไซต์สูงขึ้น และยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ด้วย ทำให้โอกาสที่จะผ่านเกณฑ์ YMYL นั้นลดน้อยลง

 

3.ปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ให้เป็นทางการ

 

หน้าเว็บไซต์ที่เป็นทางการคือหลักการหนึ่งที่ควรทำถ้าหากต้องการให้เว็บผ่านเกณฑ์ YMYL คือควรเป็นเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร หากมีใบรับรองยืนยันสถานะธุรกิจควรใส่ไว้ในเว็บไซต์ด้วย พยายามใส่ข้อมูลติดต่อบริษัทให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้ควรทำ On-Page SEO เพื่อให้ Google เข้าใจว่าเว็บไซต์นั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ ที่สำคัญคือโฆษณาที่ไม่ควรมากเกินไปตามแบบฉบับของเว็บไซต์ทางการ 

 

4.สินค้าที่ขายผ่านเว็บไซต์ควรผ่านการรับรองมาตรฐาน

 

สำหรับเว็บไซต์ขายสินค้า สินค้าที่วางจำหน่ายควรจะเป็นสินค้าที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เว็บผ่านเกณฑ์ YMYL มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าสุขภาพที่ส่งผลต่อชีวิตของผู้บริโภค หากเป็นเว็บไซต์ทางการ (Official) ของสินค้า ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เว็บผ่านเกณฑ์ YMYL สูงขึ้น ส่วนเว็บตัวแทนจำหน่ายก็อาจจะผ่านเกณฑ์ได้ยากกว่า บางครั้ง Google อาจเข้าใจว่าเป็นสินค้าลอกเลียนแบบได้ด้วย อาจจะเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการทำ SEO ของเว็บตัวแทนจำหน่าย 

 

5.เขียนเนื้อหาให้ตรงกับ Search Intent

 

Search Intent คือจุดประสงค์ในการค้นหาบน Google เช่น Keyword หลักคือ “กรดไหลย้อน” แต่ Keyword นี้จะยังไม่ใช่ Search Intent เพราะยังไม่รู้ว่าคนที่ค้นหาคำนี้มีจุดประสงค์ที่จะอยากรู้อะไรเกี่ยวกับกรดไหลย้อน แต่ถ้าเพิ่มจุดประสงค์ลงไป เช่น “กรดไหลย้อน คือ” นั่นถือเป็น Search Intent ที่สามารถรู้ได้ว่าผู้ค้นหาต้องการรู้ความหมายของกรดไหลย้อน หากค้นหาคำว่า “ยากรดไหลย้อน” ก็ถือเป็น Search Intent เช่นกัน เพราะผู้ค้นหามีจุดประสงค์คือกำลังค้นหายาที่ช่วยรักษากรดไหลย้อน ดังนั้นถ้าหากต้องเขียนเนื้อหา ต้องพยายามใส่ Keyword ที่ตรงกับ Search Intent ด้วย จะได้รู้ว่าเนื้อหานั้นสื่อถึงอะไร และตอบโจทย์จุดประสงค์อะไรได้บ้าง มีส่วนช่วยให้เนื้อหาผ่านเกณฑ์ YMYL ได้สูงขึ้น

 

คาดว่าหลายคนคงจะพอเข้าใจแล้วว่า YMYL คืออะไร แม้ดูเหมือนอัลกอริทึมนี้ จะเป็นอุปสรรคให้กับการทำ SEO แต่ถ้าหากเป็นเนื้อหาที่มีคุณภาพจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะได้รับผลกระทบจากอัลกอริทึมดังกล่าว เพราะสุดท้ายแล้ว ถึงแม้จะไม่มีอัลกอริทึมนี้เกิดขึ้น แต่ถ้าหากมีการนำเสนอเนื้อหาคุณภาพต่ำ ต่อให้ผู้ใช้งานเข้ามาอ่านเยอะ จากการทำ SEO ที่เชี่ยวชาญ ก็สามารถออกจากเว็บไปอย่างง่ายดาย ทำให้ค่า Bounce rate ของเว็บสูงขึ้น และทำให้เนื้อหาถูกลดอันดับได้เช่นกัน