Engagement คืออะไร จำเป็นแค่ไหนในการทำธุรกิจ

 

มารู้จักกับ Engagement คือตัวชี้ให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของผู้รับสารที่มีต่อเนื้อหานั้น โดยในบทความนี้จะเจาะจงเรื่องของ Engagement บนออนไลน์โดยเฉพาะ ซึ่งจะอธิบายถึงความหมายและความสำคัญในการทำธุรกิจ จะมีอะไรบ้างที่คนทำธุรกิจออนไลน์ควรรู้ เกี่ยวกับ Engagement ไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

 

Engagement คืออะไร?

 

Engagement คือการมีส่วนร่วม หากพูดกันในทางออนไลน์ จะเป็นการแสดงการมีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่เผยแพร่ลงบนช่องทางออนไลน์ต่างๆ กระทำโดยผู้รับสารนั้นๆ นั่นก็คือผู้พบเห็นเนื้อหาในรูปแบบของโพสต์ต่างๆ นั่นเอง ซึ่งรูปแบบของ Engagement ก็มีหลากหลาย มักแสดงเป็นตัวเลขสถิติทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน นักการตลาดออนไลน์สามารถนำข้อมูลตัวเลขเหล่านี้ ไปวางแผนทำการตลาดต่อได้ โดยเฉพาะการผลิตเนื้อหา (Content) ลงบนออนไลน์

 

หากอธิบายแบบนี้แล้วยังนึกไม่ออก ลองนึกถึงปุ่มแสดงอารมณ์บน Facebook พวกปุ่ม Like Love Wow Angry Laugh Sad หากมีผู้พบเห็นโพสต์หนึ่งและมีการกดปุ่มใดปุ่มหนึ่ง นั่นคือการแสดง Engagement กับโพสต์นั้นแล้ว แต่ Engagement ก็ไม่ได้เจาะจงเพียงแค่การกดปุ่มแสดงอารมณ์เท่านั้น เพราะการกดปุ่ม Share ไปจนถึงการกดปุ่ม “อ่านเพิ่มเติม” ก็เป็น  Engagement ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี Engagement อีกหลายแบบที่จะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป 

บนออนไลน์รูปแบบ Engagement คืออะไรบ้าง?

 

จากที่ได้กล่าวไปว่า Engagement คือการมีส่วนร่วม ซึ่งการมีส่วนร่วมก็มีหลายแบบด้วยกัน โดยจะยกตัวอย่างให้เข้าใจเบื้องต้น ดังนี้  

 

การกดปุ่ม Reaction

 

Engagement แบบแรกที่หลายคนคุ้นเคยก็คือการกดปุ่ม Reaction อย่างใน Facebook ก็จะมีหลายปุ่ม ได้แก่ ปุ่ม Like Love Wow Angry Laugh Sad ส่วนในแพลตฟอร์มอื่นๆ ก็มีปุ่ม Reaction เช่นกัน อย่างใน Intagram มีปุ่มที่เป็นสัญลักษณ์หัวใจเอาไว้แสดงความรู้สึก Like หรือ Love ส่วนใน X มีปุ่ม Like ใน TikTok ก็มีปุ่ม Like ส่วนใน YouTube จะมีทั้งปุ่ม Like และ Unlike เป็นต้น

 

การกดปุ่มแสดงอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ เป็นตัววัดได้ว่ามีคนชอบหรือไม่ชอบ Content นั้นมากน้อยแค่ไหน ควรทำเนื้อหาแบบนั้นต่อไปหรือไม่ หรือควรปรับเนื้อหาเป็นแนวทางอื่น

 

การ Comment 

 

อีกหนึ่งรูปแบบของ Engagement คือการ Comment ที่แสดงถึงการมีส่วนร่วม อีกทั้งยังแสดงออกได้ชัดเจนที่สุดว่าผู้รับสารรู้สึกอย่างไรกับเนื้อหานั้น การวิเคราะห์ผลของ Comment สามารถนำไปต่อยอดในการผลิต Content ต่อไปได้ นอกจากนี้ยังพบว่าบางแพลตฟอร์มยังให้ความสำคัญกับ Comment โดยการดันเนื้อหาให้ขึ้น Feed บ่อยๆ สำหรับ Content ที่มี Comment จำนวนมาก 

 

การแชร์

 

การแชร์ก็เป็น Engagement ที่มีประโยชน์กับแบรนด์ ยิ่งแชร์มากเท่าไร ยิ่งแสดงออกถึงความน่าสนใจของ Content นั้น หากเป็นสินค้า กรณีที่มีการแชร์เยอะ อาจส่งผลให้เกิดการสร้างยอดขายได้ด้วย

 

การกดอ่านเพิ่มเติม

 

รูปแบบถัดมาของ Engagement คือการกดอ่านเพิ่มเติม หากมี Content หนึ่งถูกโพสต์พร้อมกับแคปชั่นยาวๆ จนแสดงได้ไม่หมด และต้องกดอ่านเพิ่มเติม จึงจะสามารถอ่านต่อได้ และถ้าหากมีการกดอ่านเพิ่มเติม ก็หมายความว่ามีคนสนใจเนื้อหานั้น ยิ่งกดมากแค่ไหน ก็ยิ่งแสดงถึงความสนใจที่มากตามไปด้วย 

 

แม้เนื้อหานั้นอาจจะมีการกด Reaction ที่ไม่มากนักก็ตาม เหมาะสำหรับการทำ Content ข่าว หรือบทความต่างๆ แม้แต่การขายของ ก็สามารถวัดผลได้ เพราะถ้าหากมีการกดเพื่ออ่านรายละเอียดสินค้านั้นเพิ่มเติม ก็หมายความว่ามีคนสนใจสินค้านั้นแล้ว สอดคล้องกับการทำยอดขายได้เช่นกัน

 

กดคลิกลิงค์

 

โพสต์ไหนก็ตามที่มีการแนบลิงค์ไว้ อย่างเช่นใน Facebook อาจแนบลิงค์ไว้ที่ Caption ส่วนใน Instragram Shopping ก็สามารถติดลิงค์ไปยังเว็บไซต์ได้เช่นกัน ทั้งนี้พวกโพสต์ที่มีการคลิกลิงค์ก็จะถูกนับเป็น Engagement ด้วย แสดงถึงการมีส่วนร่วมได้ ยิ่งถ้าหากลิงค์นั้นเป็นลิงค์ขายสินค้า การคลิกลิงค์ยิ่งสัมพันธ์กับโอกาสในการสร้างยอดขายด้วย 

 

การส่งข้อความ

 

การเผยแพร่ Content บางแพลตฟอร์ม สามารถติดปุ่มส่งข้อความบนเนื้อหานั้นได้ อย่างเช่น Content บน Facebook ที่สามารถติดปุ่มส่งข้อความได้ ซึ่งถ้าหากเป็นเนื้อหาขายสินค้า มักชวนให้คนเข้ามาซื้อทาง Inbox และการที่คนกดปุ่มส่งข้อความก็แปลว่ากำลังสนใจซื้อสินค้านั้นอยู่ด้วย อีกทั้งยังมีโอกาสปิดการขายได้ ซึ่ง Engagement นี้ก็ถือว่ามีประโยชน์ต่อการขายอย่างมาก

Engagement จำเป็นกับธุรกิจมากแค่ไหน

 

จากที่ได้กล่าวไปว่า Engagement คือการมีส่วนร่วม ก็คงมีหลายคนสงสัยว่าแล้วการมีส่วนร่วมนั้นจะสำคัญกับธุรกิจแค่ไหนกัน คำตอบนั้นไม่ตายตัว เพราะ Engagement บางรูปแบบสำคัญกับธุรกิจบางประเภท แต่ไม่ได้สำคัญกับธุรกิจทุกประเภท หรืออาจสำคัญกับวัตถุประสงค์บางอย่างกับธุรกิจเท่านั้น อย่างเช่นการกดปุ่ม Reaction นั้นอาจสำคัญค่อนข้างต่ำกับการขายสินค้า แต่สำคัญกับการสร้างการรับรู้ และตรวจสอบกระแสตอบรับต่อสินค้าในเบื้องต้น นอกจากนี้ยังสำคัญกับธุรกิจสื่อที่ขาย Content เป็นหลัก เช่น เพจข่าว เพจนิตยสารออนไลน์ เป็นต้น

 

ขณะที่บาง Engagement ก็สำคัญกับธุรกิจขายสินค้ามาก เช่น การกดปุ่มส่งข้อความ หากโพสต์นั้นได้ระบุไว้แล้วว่าให้สั่งซื้อผ่านข้อความ หรือการกดลิงค์ไปยังหน้าขายสินค้าที่มีระบบสั่งซื้อรองรับ

 

ดังนั้นสิ่งที่แบรนด์ควรให้ความสำคัญกับ Engagement คือรูปแบบการมีส่วนร่วมที่ตอบวัตถุประสงค์หลัก ในการโพสต์เนื้อหาแต่ละครั้งต้องตั้งวัตถุประสงค์เอาไว้ให้ชัด และโฟกัสกับ Engagement ให้ถูกจุด เมื่อเก็บข้อมูลหลังโพสต์ ก็ควรประเมิน Engegement ที่แบรนด์โฟกัสว่าสามารถสร้างสถิติได้น่าพอใจมากน้อยแค่ไหน ในภาพรวม Engagement ยังมีความสำคัญกับธุรกิจอยู่ เพียงแต่แบรนด์เองต้องนำไปวิเคราะห์ให้เหมาะสม 

 

Engagement คือการแสดงถึงการมีส่วนร่วม ยิ่งมีตัวเลขที่สูงเท่าไร ก็หมายความว่าเนื้อหาที่เผยแพร่ออกไป สร้างการมีส่วนร่วมได้มากเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาที่มีประโยชน์หรือเป็นเนื้อหาที่ไร้สาระแค่ไหนก็ตาม หากสร้างการมีส่วนร่วมได้ ก็สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อและวางแผน เพื่อพัฒนาเนื้อหาต่อไปได้